ถ้าความรักคือความสามารถหล่ะ?

 

บางคนกินเก่ง บางคนกินไม่เก่ง

 

บางคนนอนเก่ง บางคนนอนไม่เก่ง

 

บางคนวิ่งเก่ง บางคนวิ่งไม่เก่ง

 

แล้วถ้าความรักคือความสามารถหล่ะ ความรู้สึกจะมีแบบเก่งและไม่เก่งไหมนะ

 

บางคนเขาวิ่งได้เหมือนคนอื่นๆแต่วิ่งทีไรก็ไม่เคยเร็วเท่าคนที่วิ่งได้เก่งๆเลย

 

แล้วถ้าบางคนเขาก็มีความรักเหมือนคนอื่นๆ แต่ความรักของเขาก็ไม่เคยสู้คนที่รักเก่งๆได้เลย

 

ทั้งๆที่เขาก็รักเต็มที่ของเขาแล้ว แต่ก็ดูเหมือนน้อยไปทุกที แบบนี้เขาจะผิดไหม

 

หรือคนที่วิ่งไม่เก่งก็ต้องผิดเสมอ เพียงเพราะเขาเกิดมาวิ่งไม่เก่ง 

 

ผมว่าคำถามไม่ได้อยู่ที่ใครวิ่งได้เก่งกว่าใคร หรือใครรักได้เก่งกว่าใครแบบนั้นหรอก

 

บางที่มันอาจอยู่ที่คุณอยากเห็นเขาวิ่งรึเปล่าเท่านั้นแหละ

 

เวลาเรารักใคร เราไม่จำเป็นต้องชนะใครแต่เราเพียงรักเพราะอยากรัก วิ่งเพราะอยากวิ่ง

 

"เส้นชัยอาจไม่ได้อยู่ว่าใครไปถึงจุดหมายก่อน แต่ใครต่างหากที่ออกจากจุดสตาร์ทเป็นคนแรก"

 

และถ้าความรักคือความสามารถจริงๆ ผมว่ามันก็คล้ายๆการวิ่ง เอาเข้าจริงๆ

 

การแข่งขันที่ว่าใครวิ่งได้ไวที่สุดอาจไม่น่าภูมิใจเท่า

 

ใครที่สามารถวิ่งอยู่ต่อไปได้นานที่สุด...

รู้จักต้นพญาสัตบรรณไหมครับ?

 

วันนี้สำหรับผมเป็นวันที่ความทรงจำหมุนรอบตัวผมมากที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้ครับ วันนี้ผมนัดเจอกับเพื่อนๆเก่าสมัยมัธยมครับ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานมากเพราะเหตุอะไรหลายๆอย่าง วันนี้เรารวมตัวกันได้ค่อนข้างครบเลยที่เดียวขาดเพียง2-3คน แต่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างรอยยิ้มให้ผมได้

 

เราคุยกันสนุกสนานเฮฮามาก อย่างคนรู้ใจกันดี นั่งถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างไม่หยุดปาก ผมนึกย้อนไปถึงสมัยเรียนครับ นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้รวมตัวกันสนุกสนานแบบนี้ ภาพเก่าๆในโรงเรียนนั้นค่อยย้อนเข้ามาครับ

 

โรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนที่น่าจะเป็นโรงเรียนแรกๆในจังหวัดเลยนะครับ มีความเก่าและแก่อยู่ในนั้น ภายในเรียนพื้นที่ไม่กว้างใหญ่นักแต่ก็มีพื้นที่มากพอให้ปลูกต้นไม้ ในนั้นมีต้นไม้หลากหลายต้นครับ แต่ถ้าพูดถึงต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เรามักหลงลืมมันแต่มันมักจะชวนให้เราหวนคิดถึงมันเสมอเมื่อเข้าใกล้หน้าหนาว ซึ่งก็คือช่วงนี้ ช่วงที่ต้นพญาสัตบรรณออกดอกขาว ชวนหลงไหล ตอนเด็กๆผมจำได้เลยเวลาอยู่ที่โรงเรียนผมเกลียดต้นไม้ต้นนี้มาก มันเหม็นส่งกลิ่นหน้าเวียนหัว แต่มันก็จะมาเตือนพวกเราได้ทุกครั้งว่าเมื้อได้กลิ่นมันเมื่อไหร่ นั้นหมายความว่าหน้าหนาวใกล้เข้ามาแล้ว

 

ผมจำเธอได้,ผมจำแม้กระทั้งกลิ่นของเธอได้...

 

วันนี้มีเรื่องหน้าแปลกใจอยู่อีกเรื่องครับ นั้นก็คือระหว่างเราร้องเพลงกันในห้องคาราโอเกะอยู่นั้น ก็มีใครคนหนึ่งที่ผมไม่ได้เจอมานานแสนนานตั้งแต่เลิกราจากโรงเรียนของเราไป เธอเป็นแฟนเก่าผมครับที่สำคัญเธอเป็นแฟนคนแรกด้วย ผมไม่แน่ใจว่าเรามาเจอกันวันนี้ได้อย่างไง คนบนฟ้าคิดอย่างไรถึงอยากให้เราเจอกันในวันนี้ เรื่องของเรื่องคือเพื่อนผมบังเอิญไปเจอเธออยู่ข้างหน้าห้างพอดีเลยลากตัวมาด้วย บอกเธอเพียงแค่ว่า "ผมอยู่ด้วยนะ เห็นไม่เจอกันนาน" 

 

บางครั้งเรื่องดีๆก็มักมาให้เราพบเจอโดยไม่ตั้งตัวเสมอหรือจริงๆแล้วเพราะเราไม่คาดหวังมันเลยเป็นเรื่องดีๆกันแน่นะ...

 

ระหว่างทางเต็มไปด้วยต้นพญาสัตบรรณ ใกล้หน้าหนาวแล้วครับ ผมรับรู้ได้เพราะได้กลิ่นมันตอนเดินไปส่งเธอขึ้นรถเมล์วันนี้ ไม่รู้เพราะต้นพญาสัตบรรณทำให้ผมคิดถึงวันเก่าๆหรือเปล่าหรือจริงๆแล้วอาจเป็นเพราะได้เจอเธอ

 

เธอมีแฟนใหม่ไปเรียบร้อยแล้วครับ ผมก็เห็นเธอเป็นเพื่อนสนิทมากๆคนหนึ่ง ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น แต่ถ้าจะมีมันก็คงผมคิดถึงเธอเป็นพิเศษ เพราะมันนานมากจริงๆที่เราไม่ได้เจอกัน...

 

ผมคุยกับเธอเรื่องทั่วไป เธอเป็นไงบ้าง ทำอะไรอยู่ สบายดีไหม แล้วคนรักของเธอยังรักกันดีไหม? ก็แค่ชวนเธอคุยไปเรื่อยๆเพราะไม่อยากนั่งเงียบอยู่อย่างนั้นและอาจเป็นห่วงเธอนิดหน่อยด้วย เราคุยกันได้ไม่นานมากเธอต้องรีบกลับบ้าน เอาจริงๆแล้วผมว่ามันนาน นานเพียงพอแล้วที่จะทำให้เราได้เจอกัน อย่างน้อยถึงมันจะดูสั้นแค่ไหนแต่ก็เพียงพอแล้วแค่เราก็ได้เจอกัน

 

รอยยิ้มมักเป็นตัวแทนของความสุขส่วนลึกๆของหัวใจหรือจริงๆแล้วหัวใจฝากให้เรายิ้มแทนกันแน่ไม่แน่ใจว่าใครมีความสุขกว่ากัน...

 

กลิ่นของต้นพญาสัตบรรณมักจะหายไปอย่างเงียบๆตอนหมดฤดูหนาว ค่อยๆหายไป หายไป หายไป จนเราไม่รู้ตัว แล้วเราก็มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อตอนหน้าหนาวครั้งใหม่ รู้สึกอีกทีเมื่อเราสูดกลิ่นมันเข้าไป และก็พูดกับตัวเองในใจว่า "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ นี้หน้าหนาวแล้วหรอ รู้ไหมฉันคิดถึงจะแย่" ผมว่าเรื่องนี้มันคงคล้ายๆเธอ...

 

ไม่มีใครสามารถรู้ได้หรอกครับว่าอะไรห่างหายจากเราไปนาน,จนกระทั่งเราได้เจอมันอีกครั้งและทุกๆอย่างตอนในนั้นจะบอกเราเองว่าจริงๆแล้วมันนานเหลือเกินนะที่ไม่ได้เจอกัน แต่คงไม่นานเกินไปที่จะทำให้ลืมใครสักคน...

 

เธอยังเหมือนเดิมทุกอย่าง รอยยิ้มนั้น การทักทายนั้น การเขินอายนั้น เธอไม่เปลี่ยนไปเลย

คล้ายๆเธอแค่เดินออกจากความทรงจำแล้วก็มาชวนผมคุยเพื่อให้ผมจำเธอได้นานกว่าเดิม...เท่านั้นเอง

 

ถ้าเป็นไปได้จงอย่าภาวนาให้ตัวเองลืมใคร

เพราะคุณคงเสียใจมากๆ ถ้าวันหนึ่งคุณได้เจอเขาแต่คุณไม่สามารถยิ้มได้อย่างเต็มที่

เพียงเพราะคุณเคยคิดที่จะลืม...

เคยจัดของในห้องเก็บของบ้างไหม?

 

วันนี้ผมมีโอกาสได้มาจัดของในห้องเก็บของที่บ้าน หลังจากที่ต้องย้ายของกันยกใหญ่ จากเหตุการณ์น้ำท่วม น้ำยังไม่ได้ลดลงจนแห้งหรอกแต่ก็แห้งพอที่จะทำให้ทำนู้นทำนี้ในบ้านได้

 

หลายครั้งที่มนุษย์เราจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อรออะไรบางอย่าง มันคงคล้ายๆกัน

 

ระหว่างรอให้เหตุการณ์น์ำท่วมครั้งนี้ผ่านไปผมเลยได้โอกาสจัดบ้าน จัดห้องนอนตัวเอง เรื่องซ้ำๆหรือแทบจะปกติเลยที่เรามักจะได้พบได้เจอเวลาจัดบ้านก็คือ "อดีต" อดีตที่เป็นทั้งรูปธรรมและอดีตที่เป็นนามธรรม แบบหลังนี้มักต้องใช้แบบแรกกระตุ้นความทรงจำส่วนลึกๆซะหน่อยถึงจะช่วยให้เกิดขึ้นมาได้

 

สนุกดีนะครับเวลาได้เห็นของเก่าๆรูปเก่าของเล่นชิ้นเก่าๆซึ่งมักจะมีคำพูดหลุดมาในหัวบ่อยๆเสมอว่า"กูเก็บมันไว้ทำไมวะ" แล้วก็หัวเราะไปกับตัวเอง บางครั้งเวลาก็จะหยุดไปสักพัก ผมหมายถึงปัจจุบันจะเงียบไปสักพักแล้วเสียงกับภาพในอดีตก็จะค่อยๆแทรกตัวเข้ามาโดยเราไม่รู้ตัว เรื่องราวที่อาจจะปนเศร้าเคล้าน้ำตา หรือสุขจนเราหัวเราะร่า ทั้งๆที่ก็แค่ของบางชิ้นกันกลิ่นเก่าๆในห้องเก็บของเท่านั้นเอง...

 

จะว่าไปแล้วถ้าให้เรานั่งจัดของ จัดแล้วเก็บ เก็บแล้วทิ้ง ให้มันเข้าที่เข้าทางจริงๆเนี่ย ผมว่าไม่น่าจะต้องใช้เวลามากมายอะไรหรอกแต่เวลาส่วนใหญ่มักเสียไปกับอาจที่มีใครสักคนหรือหลายคนในอดีตนั้นพาเราไปเดินเล่นพาเราไปพูดคุยด้วยเสมอ เพียงแค่ของเก่าๆบางชิ้นเท่านั้นเอง บางชิ้นที่เคยทำให้เรามีความสุขมากๆพร้อมกับเสียใจมากๆแต่ตอนนี้เมื่อเวลาผ่านมานานๆมันกลับทำให้เรานิ่ง นิ่งและเงียบไปสักพักแล้วก็เข้าใจมัน สำหรับบางคนอาจมีรอยยิ้มบางๆบนแก้มให้เห็นบ้าง นั้นก็สุดแล้วแต่คุณจะเข้าใจมันมากแค่ไหน

 

คนเรานี้แปลกนะครับบางเรื่องนี้อยากจะลืมมันให้หมดๆลบมันให้ออกไปจากความทรงจำ แต่ลองคิดดูเล่นๆว่าคุณจะเสียใจแค่ไหนนะถ้าไม่มีอดีตให้หวนคิดถึงจริงๆ ผมว่ามันโคตรน่าใจหายเลยนะ 

 

ระหว่างที่จัดของอยู่นั่น ผมนั่งดูของชิ้นหนึ่งมันเป็นโปสการ์ดเก่าๆ จริงๆในนั้นข้อความมันก็ไม่ได้มีอะไรหรอก โปสการ์ดก็ไม่ได้สวยอะไรหรอก อ่านแล้วก็ขำ มันเป็นโปสการ์ดที่ผมส่งให้ตัวเองตอนไปเที่ยวเชียงใหม่ ด้วยความที่ห้องรกมากอะไรๆที่มันไม่จำเป็นก็ตั้งใจว่าจะทิ้งให้หมด...

 

"เรื่องดีๆเพียงเรื่องเดียวของอดีตก็คือมันไม่เคยทำให้เรากังวลเท่าเวลาเราคิดถึงอนาคตเลย"

 

เอาเข้าจริงๆมนุษย์มีทางเลือกที่จะลืมอะไรๆหรือใครสักคนเสมอแหละแต่มนุษย์เองต่างหากที่เลือกที่จะเก็บมันไว้ ผมว่าการลืมใครสักคนเนี่ยมันง่ายมากเลยนะ แต่จิตใต้สำนึกลึกๆของเราต่างหากที่เก็บเรื่องราวแบบนั้นเอาไว้เอง เลือกที่จะรักษามันไว้ บางคนเก็บมันเอาไว้เพราะยังคงผูกพัน บางคนเก็บมันเอาไว้เพราะยังอยากคิดถึงรอยยิ้ม แต่บางคนยอมเก็บมันเอาไว้เพราะยังอยากร้องไห้กับมันอีกครั้งเวลาคิดถึง คนประเภทนี้ก็มี

 

เวลาจัดบ้านของที่เก็บได้ก็มักจะไปอยู่ในลังเก่าๆเก็บมันเอาไว้เพื่อสักวันจะได้เอามันมาตั้งโชว์อีกครั้งหรือเอามันมาชื่นชมอีกครั้งแต่แปลกแหะ ทุกทีเลยโอกาสที่จะได้เจอมันอีกครั้งก็มักจะเป็นตอนจัดบ้านครั้งใหม่ เป็นแบบนี้ทุกทีเลย แล้วการจัดบ้านครั้งใหม่ก็จะพาให้เราหวนคิดถึงมันอีกครั้งเสมอ หรือจริงๆแล้วเราเก็บมันเอาไว้เพื่อให้การจัดบ้านครั้งใหม่เราจะได้ไม่น่าเบื่อจนเกินไปอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสได้กลับมาดูของบางอย่างที่เราเก็บมันเอาไว้ครั้งก่อนอีกครั้งกันแน่ ฮ่าๆๆ แปลกดี...

 

ถ้ามนุษย์เลือกที่จะลืมอะไรซักอย่างจริงๆ มันคงง่ายถ้าระหว่างที่จัดของเพียงแค่โยนมันไปทิ้งในถังขยะ คราวหน้าก็จะได้ไม่ต้องเจอมันแล้วแต่มนุษย์ก็ยังคงเลือกที่จะเก็บมันไว้ แล้วหวังว่าสักวันถ้าอยากคิดถึงมันก็แค่มาจัดของที่บ้านอีกสักรอบก็จะได้เจอมันอยู่ในมุมลึกสุดของลังเก่าๆนั้นอีกครั้ง ก็แค่เผื่อเอาไว้เพื่อว่าจะได้เจอมันอีกครั้ง เท่านั้นจริงๆ เพราะไม่อย่างนั้นคงใจหายมากถ้าสักวันหนึ่ง กลับมาที่ห้องเก็บของ แล้วค้นหามันเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แบบนั้นมันคงทำให้รู้สึกหว่าเหว่เกินไป

 

หลังจากที่ผมจัดนู้นจัดนี้เสร็จห้องของผมก็สะอาดขึ้นทันตา ของทุกอย่างเข้าที่เข้าทางอยู่ในที่ๆมันควรจะอยู่บางชิ้นที่เป็นเอกสารสำคัญจัดเขาเก็บในลังเรียบร้อย อันไหนไม่จำเป็นก็ทิ้งมันลงไปในถังขยะรอรถขนขยะเก็บออกไป

 

โปสการ์ดใบนั้นของผมยังอยู่ที่เดิม ในมุมลึกสุดของลังกระดาษเก่าๆใบนั้น และหวังว่าคราวหน้าถ้ามีโอกาสได้จัดบ้าน จัดห้องของตัวเองครั้งใหม่ก็จะได้เจอมันอีกครั้ง เพียงแค่อยากนั่งอ่านแล้วกลับไปนึกถึงเรื่องราวของมันอีกครั้ง ยังดีกว่าที่จะอยากลบความทรงจำเกี่ยวกับมันออกไปแล้วนั่งใช้ปัจจุบันให้มีความหมายแต่กลับไม่มีอดีตให้หวนคิดถึงเลย ผมว่านั้นมันทำให้ผมใจหายเกินไป 

 

จะดีมากถ้าปัจจุบันเราทำให้มันมีคุณค่าเพื่อให้มันเป็นอดีตที่สวยงาม แต่บ่อยครั้งที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่มีอดีตที่แย่ๆบ้างนั้นกลับเป็นแรงผลักดันให้เราพยายามทำปัจจุบันให้มีคุณค่า...

 

คิดถึงมันบ้างนะครับ อย่างน้อยคุณก็ยังมีตัวเองในอดีตให้คิดถึงเสมอ